วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563

Elections and Go to the polls // การเลือกตั้ง และ การไปเลือกตั้ง

 


ว่าด้วย “การเลือกตั้ง” กับ “การไปเลือกตั้ง” 😀😀

1. เลือกตั้ง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Elections (อิเล็กเชิ่นส) หมายถึง การใช้สิทธิเพื่อเลือกตัวแทนมาทำหน้าที่

🔸 ตัวอย่างประโยคการพูด 🔸

- There will be an elections tomorrow.
= พรุ่งนี้จะมีการเลือกตั้ง


- Tomorrow is elections day.
= พรุ่งนี้เป็นวันเลือกตั้ง


2. ไปเลือกตั้ง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Go to the polls (โก ทู เธอะ โพลส) หมายถึง การไปออกเสียง หรือ ไปลงคะแนน ในการเลือกตั้ง

🔸 ตัวอย่างประโยคการพูด 🔸

- We should go to the polls on elections day.
= พวกเราควรไปเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง


- I go to the polls already but I won’t tell you which number I vote for haha.
= ฉันไปเลือกตั้งมาแล้ว แต่ชั้นไม่บอกหรอกว่าลงคะแนนให้เบอร์อะไร 555 😄😄

Let and Allow มันยังไงน้าา!!

 


Let and Allow

Let (เล็ทฺ) & Allow (อัลฺลาว)

เป็นคำกริยาที่มีความหมายเหมือนกัน (Synonyms)
มีความหมายว่า : อนุญาต, ให้, ปล่อย

Let ใช้กับเรื่องราว สถานการณ์ทั่วไป
โครงสร้างเป็น Let + V.1

Allow ใช้กับสถานการณ์ที่มีความเป็นทางการขึ้นมาหน่อย ดูสุภาพกว่า Let 

มีโครงสร้างเป็น Allow + to + V.1

เช่น
1️⃣. พูดกับคู่ค้าทางธุรกิจว่า “ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ผู้จัดการฉันไม่อนุญาตให้ทำ”
😘 I can’t do that, my manager doesn’t let me do.
หรือ ให้สุภาพหน่อย ให้เกียรติคู่สนทนาที่มาติดต่อธุรกิจ และผู้จัดการนิดนึง พูดได้ว่า
😘 I can’t do that, my manager doesn’t allow me to do.
2️⃣. พูดกับเพื่อนว่า “ฉันไปเที่ยวกับเธอไม่ได้หรอก แม่ฉันไม่ให้ไป”
🥰 I can’t join your trip, my mom doesn’t let me go.
หรือให้ดูสุภาพขึ้น เพราะกล่าวถึงแม่เรา ก็พูดได้ว่า
🥰 I can’t join your trip, my mom doesn’t allow me to go.
3️⃣. พูดกับเพื่อนว่า “แฟนฉันไม่เคยปล่อยให้ไปไหนคนเดียวเลย เราไปไหนด้วยกันตลอดทุกที่เลย”
🤩 My boyfriend never let me go anywhere alone. We always together everywhere.

**สถานการณ์นี้ไม่เป็นทางการเท่าไหร่ และคนที่พูดที่ด้วยก็เป็นเพื่อน พูดถึงแฟนเราด้วย คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องใช้ allow ก็ได้จ้า **

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"กินข้าวหรือยัง" ถามฝรั่งว่ายังไง?

 

"กินข้าวหรือยัง" ประโยคยอดฮิตของคนไทย 

พบกันทีไรก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยกันทุกที

การจะถามฝรั่ง หรือชาวต่างชาติว่า กินข้าวหรือยัง สามารถถามได้หลากหลายแบบ แต่ครูเบียร์จะขอยกตัวอย่างแบบที่เข้าใจง่าย จำง่าย มาให้นำไปใช้กันนะคะ

1. Have you eaten? อ่านว่า แฮฝ ยู อีทเท่น 

2. Have you eaten yet? อ่านว่า แฮฝ ยู อีทเท่น เย็ท

โดยทั้ง 2 ประโยคข้างต้น สามารถใช้ถามสำหรับการกินข้าวมื้อไหนก็ได้ เจอกันเวลาไหนนึกอยากจะแสดงความห่วงใยว่า กินข้าวหรือยัง ก็ถามออกไปได้เลย คู่สนทนาของเราก็จะทราบเองว่าเราหมายถึงมื้ออาหาร ณ ช่วงเวลานั้น ๆ เช่น พบกันตอน 9 โมงเช้า ก็หมายความว่าถามถึงอาหารมื้อเช้า (Breakfast) , พบกันตอนบ่าย 2 ก็หมายความว่าถามถึงอาหารมื้อกลางวัน (Lunch)

แต่ถ้าจะระบุมื้ออาหารไปเลยในคำถามก็สามารถถามได้ว่า :

        1. Have you eaten breakfastแฮฝ ยู อีทเท่น เบรคฟัสท
                = กิน ข้าวเช้า หรือยัง?

        2. Have you eaten lunchแฮฝ ยู อีทเท่น ลันช
                = กิน ข้าวกลางวัน หรือยัง?

        3. Have you eaten dinnerแฮฝ ยู อีทเท่น ดินเนอร์
                = กิน ข้าวเย็น หรือยัง?

คำตอบของคำถามเหล่านี้ จะได้ว่า :

    - Yes, I have หรือ Yesalready = ฉันกินแล้ว   
    - No, I haven't (have not) หรือ No, not yet = ฉันยังไม่ได้กิน

หากเขาต้องการจะแสดงความห่วงใยตอบ เขาก็มักจะพูดคำว่า and you? (แล้วคุณหล่ะ กินหรือยัง) ท้ายประโยค ซึ่งหากเราได้ยินคำนี้ เราก็ตอบเหมือนกันเลยค่ะ กินแล้วก็เซย์ Yes, I have หรือถ้ายังไม่ได้กินก็เซย์ No, not yet ได้เลยค่ะ

×× เราจะไม่ถามว่า Do you eat rice? เพราะมันจะมีความหมายว่า "คุณกินข้าวไหม๊ / กินข้าวเป็นรึปล่าว" ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่า กินข้าวหรือยัง แต่มีนัยยะหมายถึง โดยปกติแล้วคุณกินข้าวเป็นอาหารไหม๊ หรือกินไม่เป็น หรือกินแต่ขนมปัง แบบนี้แทนค่ะ ** ซึ่งเมื่อฝรั่งได้ยินคำถามนี้เข้าไป ฝรั่งจะตอบว่า

    - Yes, I do. ใช่, ฉันกิน = ซึ่งมีนัยยะว่า กินเป็นนะ / กินเป็นปกติ / กินบ่อย ๆ อยู่นะ
    - No, I don't. ไม่นะ, ฉันไม่กิน = ซึ่งก็มีนัยยะว่า กินไม่เป็น / ไม่กิน / ไม่รู้จักเลยข้าว ปกติกินแต่ขนมปัง


** เจอแบบนี้เป็นไงคะ ผิดประเด็นใช่ไหม๊คะ!! จะถามว่ากินข้าวหรือยัง ดั๊นพูดผิด ความหมายก็เปลี่ยนเลยนะคะ แล้วฝรั่งยัง งง อีกว่า มาถามทำไมว่ากินข้าวรึปล่าว กินข้าวเป็นไหม๊? แย่เลยค่ะ


ดังนั้น อย่าลืมไปฝึกพูดให้ถูกต้อง เมื่อสถานการณ์นี้มาถึงจะได้พูดอย่างมั่นใจค่ะ 


วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2563

Someday VS Some day


Someday กับ Some day 

มีความหมายเหมือนกันว่า "สักวัน / สักวันหนึ่ง"

ใช้ในการบอกเล่า, กล่าวถึง หรือบรรยายเหตุการณ์ ในอนาคต  เหมือนกัน แต่คนละสถานการณ์ ดังนั้น เพียงแค่คุณเขียนผิด ความหมายและการใช้งานก็จะเปลี่ยนไปทันที!!


1. Someday

    Someday ที่เขียนติดกันแบบนี้ มีความหมายว่า สักวัน / วันใดวันหนึ่ง โดยเป็นการบอกเล่า บรรยายถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในสักวันหนึ่ง ที่เราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าวันไหน เมื่อไหร่ ไม่ทราบเลยด้วยซ้ำว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่าค่ะ

ตัวอย่างเช่น :

She would like to set up her own business someday.
เธออยากจะจัดตั้งธุรกิจของเธอเองสักวันหนึ่ง

Someday you will know the truth.
สักวันหนึ่งคุณจะรู้ความจริง

2. Some day

    Some day ที่เขียนแยกกันแบบนี้ มีความหมายว่า สักวัน / วันใดวันหนึ่ง เหมือนกับข้างบน แต่ใช้บอกเล่า บรรยายถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในสักวันหนึ่ง ที่มีแผนว่าจะเกิดขึ้น มีความแน่ชัดว่าจะต้องเกิดแน่ ๆ แต่ยังไม่ทราบวันเวลาที่ชัดเจน หรือ จำไม่ได้ว่าวันไหน

ตัวอย่างเช่น :

I have an appointment with the doctor some day next month.
ฉันมีนัดกับคุณหมอวันใดวันหนึ่งในเดือนหน้า (คือ มีนัดแน่ ๆ แต่วันไหนจำไม่ได้ ไม่แน่ใจ)

We will schedule the meeting for some day when everyone can attend.

เราจะกำหนดวันนัดพบกันวันใดวันหนึ่งที่ทุกคนสามารถเข้าร่วมได้
(คือ จะจัดวันนัดพบกันแน่ ๆ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นวันไหนดี)

เพราะฉะนั้น เวลาจะใช้ต้องพิจารณาสถานการณ์ของเราเองก่อนนะคะ ว่าเป็นสถานการณ์ที่เรามีแผนชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นแน่ ๆ หรือยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นหรือเปล่า แล้วนำไปใช้ให้ถูกต้องนะคะ

ลองท่องเป็นกลอนแบบนี้นะคะ
"Someday เขียนติดๆ คือแค่คิด ไม่รู้เมื่อไหร่ .. Some day เขียนห่างไกล คือแน่ใจมีแพลนแน่นอน" 
** กลอนแต่งเองเลยนะคะ เพื่อหาหลักการจำที่ง่าย ๆ ให้นักเรียน ** ☺☺

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ประโยคคำถาม Are ... / Do ... ใช้ยังไงน้าาา!!


Are กับ Do ช้สร้างประโยคคำถามเหมือนกัน แต่ใช้ต่างกันอย่างไรไปดูค่ะ ❤❤


Are เป็น Verb to be และ Do คือ Verb to do 
ใช้กับประธานพหูพจน์ (I, You, are, we, they) 
ในรูป Present Form ทั้ง Present Simple และ Present Continous

ทั้งสองคำจัดเป็นคำกริยาที่ใช้สร้างประโยคคำถามแบบ Yes-No Question เหมือนกัน
(ตอบว่า ใช่-ไม่ใช่) = Yes, ..(S).. are / Yes, ..(S).. do

1. Are

Are ใช้กับ คำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำนาม (Noun)

หรือ ถ้าใช้กับ คำกริยา (Verb) คำกริยา ต้องเติม ing

โครงสร้าง : Are + you / we / they / ประธานพหูพจน์ + Adjective / Noun

                     Are + you / we / they / ประธานพหูพจน์ + Verb (+ing)


                       ** ประธานพหูพจน์ นอกจาก you / we / they เช่น ชื่อคน 2 ชื่อขึ้นไป **

                       ** Adjective คือ คำคุณศัพท์ ที่บ่งบอกลักษณะ อาการ รูปแบบ สภาพ เช่น สูง, ขาว, หล่อ, สวย, ใหญ่, หิว, กระหาย, ผอม  **


ประโยคคำถามด้วย Are แต่ละรูปแบบ จะหมายความต่างกัน ได้แก่

- Are you + v.ing? แปลว่า คุณกำลัง....รึปล่าว?

เช่น Are you eating? คุณกินข้าวอยู่รึปล่าว?

Are they playing football? พวกเขาเล่นฟุตบอลอยู่รึปล่าว?


- Are you + adj? แปลว่า คุณ(มีลักษณะ/รู้สึก)....ไหม๊

เช่น Are you hungry? คุณรู้สึกหิวไหม๊?

Are they strong? พวกเขาแข็งแรงดีใช่ไหม๊?


- Are you + noun? แปลว่า คุณเป็น....รึปล่าว?

เช่น Are you a chef? คุณเป็นเชฟรึปล่าว?

Are they a football player? พวกเขาเป็นนักฟุตบอลรึปล่าว?


2. Do

Do ใช้กับ กริยาช่องที่ 1 (Base Form - ไม่ผัน ไม่เปลี่ยนรูป ไม่เติมใด ๆ)

โครงสร้าง : Do + you / we / they / ประธานพหูพจน์ + Verb 1 (Base Form)


เช่น 
Do you come from Thailand?
คุณมาจากประเทศไทยใช่ไหม?

Do you like a cat?
คุณชอบแมวไหม?

Do we play tennis?
พวกเราเล่นเทนนิสไหม?

Do they know the answer?
พวกเขารู้คำตอบไหม?


ข้อควรระวัง : จำให้แม่นว่า Are ใช้กับ adjective และ noun แต่ถ้าจะใช้ verb ก็ต้องเป็น v.ing  ใน Continuous Tense ซึ่งจะทำให้ความหมายเปลี่ยนเป็นการถามในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ เช่น Are you playing football? (คุณกำลังเล่นฟุตบอลอยู่เหรอ?) ดังนั้นถ้าจะถามว่า คุณเล่นฟุตบอลไหม? ต้องใช้ Do you play football?



วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

May I introduce myself!! : แนะนำตัวกันก่อนนะจ๊ะ

Hello! guys, Thank you for join my blog.
สวัสดีค่ะ ทุกโค้นนนน, ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม Blog ของครูเบียร์นะคะ

ไหน ๆ วันนี้เราก็เพิ่งมารู้จักกันวันแรก ก็ขออนุญาต "แนะนำตัว" ก่อนเลยนะคะ
As we only know each other for the first time so "May I introduce myself"

"My name is Beer, I'm English teacher, so my students call me Kru Beer."
ชื่อเบียร์นะคะ, เราเป็นครูภาษาอังกฤษ นักเรียนเรียกเราว่า "ครูเบียร์"


•• การแนะนำตัว จะมีหลากหลายสถานการณ์นะคะ ••
   1. การแนะนำตัวอย่างง่าย เหมือนประโยคของครูด้านบน แค่บอกชื่อ บอกอาชีพ สั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้อง  
       บรรยายสรรพคุณกันเยอะ นิยมใช้ในการพูดสนทนา
   2. การแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ หรือบรรยายประวัติส่วนตัวไปด้วย บอกชื่อ อายุ อาชีพ นิสัย 
       เรียกกันว่าบรรยายร่ายยาว มักใช้กับการเขียนแนะนำตัวมากกว่าการพูด

♥♥  ทั้งนี้ ต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยนะคะ ♥♥


** Vocabulary Link **
คำศัพท์ ที่ใช้ในการแนะนำตัวที่สำคัญ ได้แก่ 

- Introduce (อินทระดูซ') เป็นคำกริยา มีความหมายว่า "แนะนำตัว" ... 
แต่เป็น VT (Transitive Verb) หรือ คำกริยาที่ต้องมีกรรมตามท้าย คือ อยู่ดี ๆ จะพูดว่า May I introduce หรือ Let me introduce โดยไม่มีกรรมมาต่อท้ายไม่ได้นะจ๊าาาา

Example : ตัวอย่างการใช้ Introduce
1. การแนะนำตัวเอง : May I introduce myself 
2. การแนะนำบุคคลที่ 3 : May I introduce her.  /  May I introduce him. /  May I introduce my friend.

นั่นคือ : myself, her, him, my friend ทำหน้าที่เป็นกรรมที่มาต่อท้าย Transitive Verb คือ Introduce นั่นเอง


** Conversation - ประโยคสนทนา **

Mark : Good morning sir, May I introduce myself.
John: Yes, you may.
Mark : My name is Mark, I'm 24 years old. I'm new English teacher of Prathom 6.
John : Good morning Mark, My name is John. I'm English teachere of Prathom 3.
Mark : Nice to meet you John.
John : Nice to meet you too.


John : Hello Mark, May I introduce my friend.
Mark : Yes, of course.
John : Her name is Molly. She's from America and she is English teacher of Prathom 4.
Mark : Hi, Molly. Nice to meet you.
Molly : Hi, Mark. Nice to meet you too.

** สำหรับใครที่มีคำถาม หรือมีข้อสงสัย เกี่ยวกับ Introduce ก็คอมเมนต์มาได้เลยนะคะ **
           ☺☺ ครูเบียร์ยินดีให้คำแนะนำค่าาา แล้วอย่าลืมมาติดตามกันอีกน้าาา  ☺☺

Elections and Go to the polls // การเลือกตั้ง และ การไปเลือกตั้ง

  ว่าด้วย “การเลือกตั้ง” กับ “การไปเลือกตั้ง” 1. เลือกตั้ง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Elections (อิเล็กเชิ่นส) หมายถึง การใช้สิทธิเพื่อเลือกตัวแทนม...